ไอมีเสมหะ ลักษณะอาการของคันคออักเสบหรือโรคไข้หวัดและการรักษาเวลาไอ

Share This:

ไอมีเสมหะ

 

ไอมีเสมหะ

 

วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์ลำคอให้โล่ง เพิ่มพื้นที่ในการหายใจให้คล่อง ไม่อยากรำคาญเพราะเสมหะต้องลองจัดวิธีเหล่านี้

อาการมีเสมหะในลำคอสร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก ใครมีเสมหะข้นเหนียวอยู่ในลำคอแบบนี้คงไม่ค่อยแฮปปี้กันเท่าไร งั้นมากำจัดเสมหะกันดีกว่า และสำหรับเคสที่ขับเสมหะไม่ออก นอกเหนือจากการทานยาละลายเสมหะแล้ว อาจลองวิธีเหล่านี้เป็นตัวช่วยดู

 

ไอเพราะเป็นหวัด ไอเพราะเป็นโรคภูมิแพ้ หรือแค่ไอเลิฟยู อาการไอของเรานี่ไม่ธรรมดานะคะ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นได้ถึงความแตกต่างตั้งแต่ลักษณะการไอไปจนถ­­ึงความรุนแรงเลยล่ะ ซึ่งเพื่อความกระจ่างชัดของอาการไอในแต่ละแบบ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยหยิบเอาข้อมูลเรื่องไอค่อกแค่กจาก Health มาฝากให้รู้แล้วรู้รอดกันไป จะได้บรรเทาอาการไอและรู้เท่าทันโรคที่อาจจะมาเยือน

ไอแห้ง ๆ แบบคันคอ

    ลักษณะอาการ ไอมีเสมหะ

ลักษณะไอแห้ง ๆ หรือไอแบบมีเสมหะ ด้วยสาเหตุจากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ไรฝุ่นหรือเชื้อไวรัสจากหวัดลงคอ ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองจนกระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการออกมาผ่­­านอาการไอ โดยเฉพาะหากอาการไอของคุณจะรุนแรงขึ้นในตอนกลางคืน ไอในลักษณะเหมือนมีอะไรบางอย่างข้นเหนียวติดอยู่ที่ลำคอ รวมทั้งมีอาการคันยุบยิบที่ตาและจามเป็นระยะ ฟันธงได้เลยว่า นี่คืออาการไอที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ชัวร์ !

    วิธีรักษา

หากมีลักษณะอาการข้างต้น ขั้นแรกให้ลองทานยาแก้แพ้บรรเทาอาการไปก่อน ทว่าหากอาการไอยังเป็นต่อเนื่องไม่หาย อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการอีกที แต่หากคุณมีอาการไอร่วมกับเสมหะธรรมดา การทานยาแก้ไอ และพยายามหลีกเลี่ยงน้ำเย็นอาจช่วยได้ นอกเสียจากว่าอาการไออยู่กับคุณเกิน 1 สัปดาห์ รักษาด้วยวิธีไหนก็ไม่บรรเทา ต้องรีบไปตรวจเช็กกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที เนื่องจากคุณอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคไซนัสอักเสบก็ได้

โดยปกติแล้ว เมื่อมีเสมหะร่างกายของเราจะสามารถขับเสมหะออกมาได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว

เพราะระบบทางเดินหายใจของคนเราจะมีการสร้างมูกขึ้นเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น ช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคภายในทางเดินหายใจ

มูกที่เกิดขึ้นนี้จะถูกขับออกมาทางปากเราตามที่เรามักเรียกกันว่า เสมหะแต่โดยปกติ เรามักจะกลืนลงท้องไปเองตามวิสัยธรรมชาติของมนุษย์ หรือมีการติดเชื้อเกิดขึ้นภายในระบบทางเดินหายใจในเวลาต่อมา

การหลั่งสารต่างๆ หรือมูกนั้นก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสารที่เป็นโปรตีนเมื่อมาก่อตัวรวมกันมันจะจับกลุ่มทำให้เสมหะเกิดความเหนียวข้นมากขึ้น จนทำให้เสมหะถูกขับออกมายากขึ้นตามไปด้วย

หลายคนมักจะมีอาการไอเป็นประจำร่วมกับมีเสมหะมาก นั่นสะท้อนสัญญาณเตือนว่าร่างกายของเรามีการอักเสบเรื้อรังเกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ

ยิ่งหากเป็นผู้ที่ชอบสูบบุหรี่จัดมาก่อนย่อมมีอาการติดเชื้อหลอดลมอย่างรุนแรงจนกระทั่งหลอดลมเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้หลอดลมนั้นเสียความยืดหยุ่นจนเกิดเป็นโรคถุงลมโป่งพอง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

 

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน หมายถึง การอักเสบของเยื่อบุผิวภายในหลอดลม ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมโตขึ้นและหลั่งเมือก (เสมหะ) ออกมามากกว่าปกติ เกิดอาการไอมีเสมหะ บางครั้งอาจอุดกั้นให้ช่องทางเดินของหลอดลมแคบลง เกิดอาการหอบเหนื่อยได้

หลอดลม อักเสบ แบ่งเป็น ชนิดเฉียบพลัน (ซึ่งเกิด จากการติดเชื้อเป็นส่วนใหญ่) และ ชนิดเรื้อรัง (ซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่จัดเป็นส่วนใหญ่ มักมีอาการไอมีเสมหะติดต่อกันทุกวัน นานมากกว่า 3 เดือนใน 1 ปี และเป็นติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี)
ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

  • ชื่อภาษาไทย หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

  • ชื่อภาษาอังกฤษ Acute bronchitis

  •  สาเหตุ

ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งมักเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับที่ก่อให้เกิดไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ จึงมักพบหลังเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ บางครั้งอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทำให้เสมหะเปลี่ยนจากสีขาว (จากการติดเชื้อไวรัส) เป็นสีเหลืองหรือสีเขียว

บางรายอาจเกิดจากการ ถูกสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ไอเสียรถยนต์ ฝุ่นละออง สารเคมี เป็นต้น นอกจากนี้ ในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ก็อาจมีน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดไหลย้อนลงมาระคายเคืองต่อหลอดลมได้ เหล่านี้ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมโตขึ้น และมีเสมหะมากขึ้น

 อาการ

    ที่สำคัญคือ อาการไอบ่อย ระยะแรกอาจไอแห้งๆ 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วันต่อมา ไอมีเสมหะเล็กน้อย ต่อมาเสมหะจะมีปริมาณมากขึ้น เสมหะอาจมีลักษณะใสหรือเป็นสีขาว (ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือการระคายเคือง) หรือเป็นเสมหะข้นสีเหลืองหรือเขียว (ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย)

ส่วนใหญ่มักไม่มีไข้ บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ อยู่ 3-5 วัน
ผู้ป่วยมักมีอาการเป็นไข้หวัด เจ็บคอนำมาก่อนที่จะเกิดอาการไอ บางรายอาจไม่มีอาการเหล่านี้นำมาก่อนก็ได้

อาการไอมักเป็นอยู่นาน 1-3 สัปดาห์ แต่บางรายอาจไอนานกว่านี้ อาจไอมากตอนกลางคืน (จนทำให้นอนไม่หลับ) หรือหลังตื่นนอนตอนเช้า
บาง รายอาจมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอ หรือเจ็บหน้าอกเวลาไอ ในเด็กเล็กอาจไอจนอาเจียนบางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอก หรือรู้สึกหอบเหนื่อยร่วมด้วย

 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไอมีเสมหะ

การดูแลตนเอง

 

        1. เมื่อมีอาการไอมีเสมหะ ให้ปฏิบัติตัวดังนี้

  • พักผ่อนนอนหลับให้มากๆ

  • ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ เพื่อช่วยระบายเสมหะ

  • งด สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง เช่น ความเย็น น้ำเย็น น้ำแข็ง ของทอด ของมันๆ ฝุ่น ควัน อากาศเสีย ลมจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ

       2. ให้ยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ (ถ้ามีไข้) ถ้ารู้สึกระคายคอมากให้อมยาอมมะแว้ง จิบน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำมะนาวคั้นใส่เกลือและน้ำตาล หลีกเลี่ยงการใช้ยาระงับการไอ และยาแก้หวัดแก้แพ้ (เช่น คลอร์เฟนิรามีน) อาจทำให้เสมหะเหนียว ขับออกยาก

       3. ควรไปพบแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • น้ำหนักลด

  • หายใจหอบเหนื่อย

  • มีเสมหะเหลืองหรือเขียว

  • มีไข้นานเกิน 7 วัน

  • ไอเป็นเลือด

  • เจ็บแปล๊บที่หน้าอกเวลาหายใจเข้าลึกๆ

  • อาการไอไม่ทุเลาใน 2 สัปดาห์ หรือมีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

 

 การรักษา

 

แพทย์จะให้การดูแลรักษาตามลักษณะอาการ และสาเหตุที่ตรวจพบ ดังนี้

  1.  แนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวในการดูแลตนเองดังกล่าว

  2.  ให้ยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาขยายหลอดลม (ถ้ามีอาการหายใจดังวี้ดหรือหลอดลมตีบ)

  3. ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน (amoxycillin) อีริโทรไมซิน (erythromycin) หรือโคไตรม็อกซาโซล (cotrimoxazole) เฉพาะในรายที่มีภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง (เช่น หืด หลอดลมพอง) หรือไอมีเสมหะเหลืองหรือเขียวเกิน 7 วัน

  4. ในรายที่ตรวจพบว่ามีสาเหตุจากโรคกรดไกลย้อน แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรด เช่น โอเมพราโซล (omeprazole) ร่วมด้วย

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไอมีเสมหะ

 

กำจัดเสมหะด้วยอาหาร

 

1.กินอาหารให้เหมาะสม

ผู้ที่มีเสมหะภายในลำคอมากควรหันมากินอาหารไทยประเภทต้มแกงที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เช่น แกงส้ม ต้มยำ แกงเลียง แกงแค ส้มตำ ยำและน้ำพริกก็ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากความเผ็ดร้อนจากเครื่องสมุนไพรไทยที่นำมาประกอบอาหารมีฤทธิ์ช่วยขับเสมหะและช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้นได้นั่นเอง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่กินอาหารเผ็ดจัดไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องกินรสเผ็ดร้อนเสมอไป หันมาเลือกกินรสชาติเผ็ดร้อนปานกลางในแบบที่คุณพอซดร้อนๆ ให้คล่องคอได้ก็นับว่าช่วยขับเสมหะได้ง่ายขึ้นแล้วค่ะ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารมันๆ ทอดๆ เพราะจะกระตุ้นให้ยิ่งมีเสมหะและมีอาการไอหนักรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ บรรดาขนมหวานต่างๆ ที่คุณโปรดปรานก็ควรละเว้นไปก่อนเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ไอศกรีม โดนัท ช็อกโกแลต กะทิและครีมเทียมที่ใช้ปรุงรสชาติชา กาแฟ เป็นต้น อาหารที่มีส่วนผสมจากน้ำตาลและไขมันในระหว่างนี้ก็ควรงดไปก่อนด้วยจะดีที่สุด

2.กินอาหารที่ให้วิตามินซีสูงเพิ่มภูมิต้านทาน

การที่เรามีเสมหะหรือมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ สาเหตุอันเนื่องมาจากการเป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้อากาศซึ่งอาจจะเป็นโรคประจำตัวของใครหลายคนไปแล้ว สาเหตุที่เราป่วยเป็นเช่นนี้ได้ง่ายก็เพราะภูมิคุ้มกันโรคของเราอ่อนแอไม่แข็งแรงนั่นเอง ดังนั้น เราจึงควรหันมากินอาหารที่ให้วิตามินซีสูงเพื่อเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อเกราะป้องกันโรคแข็งแรงอาการเรื้อรังที่คุณเป็นอยู่ก็จะค่อยๆ ทุเลาและหายเร็วขึ้นได้ นอกจากนี้ มันยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้เป็นหวัดได้สูงขึ้นด้วย

 

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

 

กินอย่างไรให้ได้วิตามินซีสูง

 

สำหรับอาหารที่ควรกินเสริมเพื่อช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรงและควรกินอย่างสม่ำเสมอก็คือ อาหารที่ให้วิตามินซีสูงโดยหากินได้จากผักผลไม้รอบตัวหลายชนิด โดยเฉพาะผลไม้สดที่ให้รสเปรี้ยวเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีโดยตรง หากมีเวลาอาจจะคั้นน้ำผลไม้สดอย่างน้ำส้มก็ได้ หลังจากที่คุณคั้นสดเสร็จแล้วก็ควรรีบดื่มทันที

เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปวิตามินก็จะสูญเสียไปกับอากาศได้ นอกจากนี้ น้ำมะขามป้อมก็นับเป็นทั้งสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการช่วยเสริมภูมิต้านทานให้เราได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงมากกว่าบรรดาผลไม้ไทยทุกชนิดนั่นเองค่ะ

แต่ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ที่วางจำหน่ายเป็นกล่องสำเร็จรูปนะคะ เพราะนอกจากไร้ซึ่งวิตามิน แร่ธาตุใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังมีน้ำตาลที่ให้ความหวานสูงยิ่งดื่มยิ่งมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระดับของอินซูลินแปรปรวนยิ่งขึ้น อีกทั้งความหวานของน้ำผักผลไม้บรรจุกล่องเหล่านั้นยังสามารถกระตุ้นให้คุณมีอาการไอมากขึ้นได้ด้วย

นอกเหนือจากนี้แล้ว ใครที่ไม่ค่อยได้กินผักผลไม้เท่าใดนักก็สามารถหันมากินวิตามินซีเม็ดเสริมแทนก็ได้เช่นกันค่ะ กินเป็นประจำ ร่างกายก็จะได้รับวิตามินซีเพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างแข็งแรงมากขึ้นแล้ว

การกำจัดเสมหะด้วยสมุนไพร

 

เมื่อมีเสมหะเกิดขึ้นเราไม่ควรปล่อยเฉยไว้ ควรหาวิธีกำจัดเสมหะให้หมดไป เพราะนอกจากจะเป็นการตัดความน่ารำคาญ ป้องการเสียบุคลิกภาพที่ดีได้แล้วยังทำให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น หลอดลมก็จะทำงานราบรื่น หายใจไม่ติดขัดลำบากอีกต่อไป

แต่หากคุณปล่อยให้เสมหะเกิดการคั่งค้างหรือสะสมภายในเป็นเวลานานก็จะเกิดการสะสมเชื้อแบคทีเรียในปริมาณสูงจนมันมีการเปลี่ยนสี ส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้และทำให้มีอาการไอรุนแรงหนักขึ้นกว่าเดิมได้ ดังนั้นแล้ว เมื่อคุณพบว่ามีเสมหะภายในลำคอ เรามากำจัดเสมหะด้วยวิธีดังนี้กันดีกว่า

1.จิบน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งอุ่นๆ เป็นประจำ

เพราะน้ำผึ้งมีสรรพคุณช่วยละลายเสมหะได้ด้วยนั่นเอง เมื่อสองคุณค่าจากน้ำผึ้งและน้ำมะนาวมาผสานตัวรวมกันมันจะยิ่งมีฤทธิ์กลายเป็นยา สามารถต่อต้านการสะสมเชื้อแบคทีเรีย โดยมันจะช่วยฆ่าเชื้อและลดอาการอักเสบระคายเคืองคอ ตลอดจนถึงช่วยบรรเทาอาการแก้ไอได้ด้วย และสารจากน้ำผึ้งยังมีส่วนช่วยให้เสมหะอ่อนตัวง่าย การขับเสมหะก็จะยิ่งถูกกำจัดได้ง่ายขึ้นตามเช่นกัน

2.สูดไอน้ำที่ผสมน้ำมันหอมระเหย

เพียงต้มน้ำเดือดมาเทลงในชามหรือหม้อใหญ่ก็ได้จากนั้นหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบตามลงไป เช่น กลิ่นคาโมมายล์ กลิ่นมะนาว ส้มหรือยูคาลิปตัส เป็นต้น โดยหยดลงไปผสม 2-3 หยด จากนั้นคลุมศีรษะด้วยผ้าผืนใหญ่แล้วอังหน้าบนหม้อน้ำเดือดนั้น พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ เพื่อให้กลิ่นไอของน้ำมันหอมระเหยได้เข้าไปยังหลอดลมซึ่งมันจะช่วยกระตุ้นให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น เสมหะก็จะละลายง่ายและถูกขับออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

3.อบด้วยสมุนไพรไทย

การอบด้วยสมุนไพรไทยจะทำให้เราได้สูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากตัวสมุนไพรเข้าสู่ปอด และช่วยให้ระบบทางเดินทางใจโล่งขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาอบนาน 5-10 นาที จากนั้นออกมานั่งพักให้ตัวเย็นค่ะแล้วจึงกลับเข้าไปนั่งอบใหม่ให้ครบอีก 3 รอบ หลังจากอบเสร็จแล้วให้คุณดื่มน้ำตามแก้วใหญ่ๆ สักประมาณ 1-2 แก้ว เพื่อให้เกิดอาการไอและขับเอาเสมหะออกมา เพียงเท่านี้ เสมหะก็จะถูกกำจัดออกได้ง่าย อีกทั้งทางเดินหายใจก็เป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

เรื่องที่น่่าสนใจ